[ดูแล้วเล่า] Tamiou ผู้นำโง่เราจะไม่ตายกันหมด?1 min read

770

เพิ่งดูจบไปสดๆ ร้อนๆ เลยครับสำหรับละครญี่ปุ่นเรื่อง Tamiou (Wise and Foolish) ที่จะว่าไปแล้วก็ถือว่าเก่าพอสมควร เพราะฉายตั้งแต่ปี 2015 แถมเคยเข้าไทยมาแล้วหนหนึ่งตอนฉายทาง Thai PBS ในชื่อเรื่องนายกสลับร่าง แต่ก็เพิ่งได้มามีโอกาสดูเอาป่านนี้ (ต้องขอบคุณการแนะนำโดย Netflix หลังจากเปิดสุ่มไปเรื่อย) ต้องบอกว่าที่ ณ เวลานั้นไม่ตัดสินใจดู เพราะกลัวจะเข้าใจยาก แถมเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองด้วย น่าจะซีเรียสจัดๆ แน่ๆ แต่พอได้ดูไปตอนแรกเท่านั้นแหละ ทีนี้ยิงยาวเลยครับ สนุกมาก เพลินจัดเลย เป็นละครการเมืองที่ทำให้ยิ้มให้หัวเราะได้ตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันก็ฮุคเราด้วยใจความสำคัญที่บอกได้เลยว่าเฉียบมาก

เรื่องย่อพอสังเขป

จู่ๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อมุโตะ ไทซัน (เอนโดะ เคนอิจิ) นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของญี่ปุ่น เกิดสลับร่างกับมุโตะ โช (สุดะ มาซากิ) ลูกชายไม่เอาไหน ที่ไม่กลับบ้านมานานแล้ว

และเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายไปมากกว่านี้ โชในร่างไทซัน ต้องร่วมมือกับพ่อที่อยู่ในร่างตัวเองและคณะรัฐมนตรีบริหารบ้านเมืองต่อไปให้ได้

ก่อนที่จะอ่านกันต่อ ผมอยากตั้งคำถามไว้สักนิดหนึ่งว่าคิดยังไงกับคำว่าผู้นำโง่ แล้วถ้าโง่แล้ว สิ่งที่ผู้นำคนนั้นต้องทำควรมีอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดการยอมรับในหมู่ประชาชนที่ทั้งเลือกและไม่ได้เลือกให้เป็นผู้กำหนดทิศทางประเทศ

ครบสูตรผู้นำโง่

ละครเรื่องนี้เนี่ย ผู้สร้างใส่ภาพสะท้อนของความโง่ในฐานะผู้นำออกมาน่าจะรอบด้านเลยล่ะครับ เพราะพอไทซันสลับร่างกับโชแล้ว เขาก็เปลี่ยนจากนายกฯ ผู้แสนเข้มงวด เด็ดขาด ฉะฉาน กลายเป็นผู้นำที่อ่านหนังสือไม่ออก อย่าว่าแต่ภาษาสากลอย่างอังกฤษเลย ภาษาแม่ยังทำเอาครม. ที่อยู่รายล้อมกุมขมับกันทุกครั้งไปว่าจะสื่อสารออกมายังไง ไปเจรจากับผู้นำจากต่างประเทศ ก็เกือบสร้างความบาดหมางให้ ท่าทางการวางตัวก็กลายเป็นนั่งจ๋อง หงอยเหงา ออร่าผู้นำหายเกลี้ยง กลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น แล้วพอเป็นแบบนี้ก็โดนฝ่ายค้านซักทอดเอาจนไปไม่เป็นก็ตั้งหลายครั้ง

ลงจากหอคอยงาช้าง รับฟังเสียงประชาชน

เหตุผลของการสลับร่าง ส่วนตัวผมมองว่าไม่ใช่พอยต์ที่ต้องไปใส่ใจมากเท่าไหร่ เพราะแทนที่จะส่งผลเสีย กลับได้ผลตอบแทนที่ดีกลับคืนมาอย่างมหาศาล

ในมุมนึง แต่เดิมไทซัน ด้วยคาแรคเตอร์ก็เป็นนายกฯ ที่ดูเข้าถึงยากอยู่แล้ว แต่พอต้องมาสลับร่างกับลูกชายตัวเองเนี่ย ภาพลักษณ์ของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น เพราะได้ความอ่อนโยน มุมมองต่อโลกแบบโชติดตัวมาด้วย ทำให้บางปัญหา ที่ถ้ามองด้วยสายตาของชนชั้นบน อาจจะใช้วิธีแก้ที่ต้องผ่านขั้นตอนเยอะ ยุ่งยากไปสักหน่อย ก็กลายเป็นง่ายลงถนัดตา เมื่อใช้วิธีของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทางลัดเพื่อจบปัญหาให้ไวได้กว่าเดิม

ขณะเดียวกัน เมื่อไทซันต้องไปอยู่ในร่างลูก เพราะงั้นก็ต้องมีวิถีชีวิตแบบลูก แถมเรื่องยังฉลาดตรงที่เลือกให้ช่วงชีวิตของโชอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อคือการเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ไหนจะต้องเครียดกับเรื่องเรียน ที่จะตกแหล่ไม่ตกแหล่ รูปแบบการเข้าสังคมของวัยรุ่นที่ผู้ใหญ่อาจจะมองว่าไร้สาระ รวมไปถึงความกดดันในการสัมภาษณ์งาน ด้วยโครงสร้างสังคมของญี่ปุ่น ที่ก็ต้องยอมรับว่ามีความเครียดความกดดันสูงอยู่แล้วเนี่ย สำหรับวัยรุ่นที่อะไรๆ มันก็พลุ่งพล่านไปหมด เมื่อเจอปัญหาแล้วต้องการที่ปรึกษา แต่ไม่รู้จะหันหน้าไปคุยกับใคร สำหรับผู้ใหญ่ที่ก็ถือว่าเป็นคนนอก (แม้แต่พ่อแม่หรือคนในครอบครัวก็ตาม) ก็จะมีไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง ไม่มีทางเข้าใจเลยว่าเด็กๆ ที่เป็นคนรุ่นใหม่และจะเป็นกำลังหลักของประเทศต่อๆ ไปต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง และต้องการให้ประเทศของตัวเองเดินต่อไปในทิศทางไหน

แถมการสลับร่างยังส่งผลดีตรงที่ได้ดึงคนบนหอคอยงาช้างลงมาสู่ชีวิตระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง สิ่งที่ละครเรื่องนี้พยายามจะสื่อ ผมเชื่อว่าคือการที่ชนชั้นผู้นำควรรับฟังเสียงจากประชาชนอย่างแท้จริงครับ พอโดนสลับร่างไปแล้ว ก็ไม่มีใครคอยประจบประแจง ไปนั่งเรียนก็เจอการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของตัวเองอย่างหนัก ไปสัมภาษณ์ก็โดนกดดันเสียจนความมั่นใจตกฮวบ เป็นสังคมที่ถ้าทำเป็นหูหนวกตาบอด ไม่ยอมเข้าใจปัญหาและความยากลำบากแล้วล่ะก็ คงไม่มีทางเป็นผู้นำที่ครองใจประชาชนได้แน่ๆ แต่ Tamiou ทำได้ครับ ขอแค่รู้จักรอมชอมและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

โอเค ก็ต้องยอมรับแหละว่าในแวดวงการเมือง คงไม่มีทางจะหาความสะอาดใสบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ได้อยู่แล้ว แม้แต่กับครม. ของไทซันเองก็ตาม อาจจะมีสีเทาๆ มองประโยชน์ส่วนตนไปบ้าง แต่ถือว่าโชคดีเหลือเกินที่คณะผู้บริหารประเทศชุดนี้ให้ค่ากับประโยชน์และความเป็นอยู่ของประชาชนมากกว่า ผมชอบการที่ได้เห็นนายกฯ เข้าไปในโรงเรียนอนุบาล ไปเล่นกับเด็ก ไปทำความเข้าใจอนาคตของชาติเหล่านั้น ผมชอบการที่ทีมนายกฯ ร่วมกันหาทางแก้ปัญหาอย่างแข็งขัน เมื่อโช (ในคราบผู้นำ) ต้องเป็นตัวแทนทำหน้าที่สำคัญๆ ระดับประเทศ ทั้งที่ผิดพลาดก็หลายครั้ง และกลายเป็นเป้านิ่งสำหรับโจมตี เตะตัดขา โค่นอำนาจได้เลยด้วยซ้ำ

Tamiou นายกฯ ในอุดมคติ

หลังจากที่ดูจบครบทั้งแปดตอน ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่ว่าใครก็ถวิลหาการมีผู้นำแบบนี้ ถึงแม้จะโง่ แต่ถ้ารับฟังเสียงประชาชน แล้วนำไปคิด ไปตกผลึก ผลักดันสร้างเป็นนโยบายอย่างเต็มที่ ยังไงประชาชนก็ต้องเห็นในความพยายามอยู่ดีครับ ผิดบ้าง พลาดบ้าง ถ้าหากชนะใจคนทั้งประเทศได้แล้ว ทุกคนก็จะช่วยประคองกันไปได้เอง

อาจจะดูแฟนตาซีและอุดมคติไปสักหน่อย แต่ในโลกนี้ก็มีผู้นำที่เป็นแบบนี้อยู่จริงๆ นะ อยากให้ลองดูครับ เนื้อเรื่องและการแสดงของตัวหลักตัวรองทุกคนน่ารักมาก เป็นละครการเมืองที่ทำให้หัวเราะและยิ้มได้ตลอด แถมด้วยความที่สองตัวหลักอย่างสุดะและเอ็นโดะ ต่างก็เป็นนักแสดงที่สายหนังแปลงร่างทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ทำให้ในเรื่องแทรกเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ โทคุได้กรี๊ดกันหนักข้ออยู่พอสมควร (โดยเฉพาะช่วงหลังๆ)

และ Tamiou ยังเป็นละครชั้นดีที่ช่วยยืนยันว่าผู้นำโง่ เราอาจจะไม่ตายกันหมด หากรับฟังเสียงของประชาชนและพร้อมเดินหน้าประเทศไปด้วยกันอย่างตั้งใจและเข้าใจ

เปิดวาร์ป