Penguin Highway

ด้วยความบังเอิญ ขณะนั่งกินข้าวกับแฟน เธอก็ยก topic ถึงหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูด้วยกัน กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ทำเราคุยกันยาวไปพักใหญ่ ต่างคนต่างตีความ แล้วก็ยอมรับเลยว่าเมื่อครั้งแรกที่ได้ดู ผมมองเรื่องราวที่เล่าในเรื่องด้วยเลนส์ที่ต้องอาศัยการตีความแบบสุดขอบ (คลิกไปอ่านบทความแรกดูก่อนได้) แต่พอได้รับฟังอีกมุมมองแล้ว ทำให้รู้ว่าแก่นของเรื่องไม่ได้ไกลตัวขนาดนั้น นั่นทำให้ได้เวลาเปิดกล่องดีวีดีที่ซื้อมาแล้ววางไว้เสียนาน เพื่อตั้งใจดู Penguin Highway วันหนึ่งฉันเจอเพนกวิน ใหม่อีกรอบ

เรื่องย่อพอสังเขป

อาโอยามะ นักเรียนชั้นป.4 หัวดีที่รักการวิจัยทางวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ได้ร่วมมือกับเพื่อนๆ สืบหาความจริงเบื้องหลังปรากฏการณ์ที่จู่ๆ ฝูงเพนกวินจำนวนมหาศาลก็ปรากฏขึ้นมาในชุมชน โดยอาโอยามะตั้งสมมติฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับพลังงานบางอย่างที่ออกมาจากผู้ช่วยทันตแพทย์สาวที่เขาชื่นชอบ

เพนกวินมาจากไหน ทำไมต้องเพนกวิน

ผมจะไม่บอกว่าการตีความของผมนั้นถูกต้องหรือเป็น fact ที่ทางผู้สร้างตั้งใจไว้แบบนั้นตั้งแต่แรก ถ้าถามว่าทำไมต้องเป็นเพนกวิน แล้วเพนกวินพวกนี้มาจากไหน ก่อนอื่นก็คงต้องมองภาพรวมกว้างๆ ของตัวหนังก่อน แบ็คกราวด์ของเรื่องราวนั้นเกิดในชุมชนติดภูเขาที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในย่านนี้ก็ปฏิเสธการมาเยือนของสิ่งแปรรูป (ผลผลิตจากอุตสาหกรรม) ทั้งหลายได้ นั่นจึงทำให้เรื่องนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างธรรมชาติและความเจริญทางวัตถุ

แล้วเพนกวินน้อยๆ เหล่านี้ล่ะคืออะไร หากสังเกตดีๆ จะพบว่าทุกตัวล้วนแปรสภาพมาจากวัตถุที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติรังสรรค์ทั้งสิ้น แต่เกิดมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกระป๋องน้ำอัดลม จักรยาน กระจก ฯลฯ ที่ถ้าหากมองในมุมของธรรมชาติแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่แปลกปลอม และเพนกวินเองก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสัญญะนั้น ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่าถ้าพูดถึงความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ ภาวะโลกร้อน ภาพแรกๆ ที่จะแว้บเข้ามาในหัว ก็คงจะหนีไม่พ้นน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายถล่มลงมา และใช่ครับ เพนกวินเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่แถบขั้วโลก การที่น้องๆ มาอยู่ในเมืองที่ไม่ใช่ถิ่นที่จะอยู่ได้เลย แล้วก็มาสร้างความวุ่นวายแตกตื่น ก็เหมือนเป็นสัญญาณเตือนกรายๆ ว่าธรรมชาติต้องการรุกคืบคืนจากที่โดนมานับร้อยนับพันปี หากมนุษย์ไม่ยอมลด ยอมละ ยอมเลิก ที่จะเอาเปรียบโลกต่อไป ธรรมชาติจะยิ่งสร้างเพนกวินมาทวงโลกคืนโดยที่เราไม่สามารถต้านทานได้อีก (ลองคิดดูก็ได้ครับว่าจำนวนขยะในโลกมีปริมาณเท่าไหร่ แล้วถ้าขยะเหล่านั้นแปรสภาพเป็นเพนกวินทั้งหมด เรายังจะเหลือพื้นที่ในโลกให้ยืนได้อยู่อีกไหม)

โลกสีฟ้าคือรูโหว่

หากว่ากันเรื่องสัญญะที่ปรากฏใน Penguin Highway นอกจากเพนกวินแล้ว ผมว่าเจ้าลูกกลมๆ สีฟ้าดูคล้ายโลกที่มีแต่น้ำอัดแน่นลูกนี้นั้น ดูจะเป็นอะไรที่ตีความได้ยากที่สุด ซึ่งดูเหมือนก็ผู้สร้างก็เข้าใจดี จึงได้บอกใบ้กึ่งเฉลยผ่านคำพูดของอาโอยามะว่าลูกกลมนี้คือสุดขอบโลกที่ถูกบิดจนสิ่งที่อยู่ด้านใน กลับด้านออกมาอยู่ด้านนอกแทน ทำให้อะไรๆ ที่ดูเป็นไปไม่ได้ (อย่างการที่เพนกวินมาอยู่ในชุมชนติดภูเขา) เกิดขึ้นมาได้ แต่ถ้าจะมองให้ลึกไปกว่านั้น ก็อาจตีความไปได้ถึงทฤษฎีหลุมดำที่เป็นสามมิติ ไม่ใช่สองมิติ อย่างที่หนังเรื่อง Interstellar พยายามอธิบาย (ถึงจุดนี้เริ่มไซไฟจัดแล้วครับ) แต่ก่อนที่จะไปไกลขนาดนั้น อาโอยามะ หลังจากที่ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดจนอุทานคำว่ายูเรก้าออกมา ก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าลูกกลมนี้คือรูโหว่ และเหล่าเพนกวินทั้งหลายก็ออกมาเพื่อทำหน้าที่อุดรูโหว่ที่ว่าเพื่อให้โลกเต็มสมบูรณ์เหมือนเดิม อีกทั้งลูกกลมนี้ก็เป็นแหล่งพลังงานของบรรดาสิ่งมีชีวิต สิ่งชี้ชัดก็คือการที่ภายในอัดแน่นไปด้วยน้ำอันเป็นบ่อเกิดแห่งชีวิต และยิ่งชัดขึ้นไปอีกจากฉากที่อาโอยามะกับเพื่อนพาเพนกวินตัวหนึ่งนั่งรถไฟออกนอกชุมชน ก่อนจะพบว่ายิ่งห่างไกลบ้านเท่าไหร่ เพนกวินที่พวกเขาพาไปด้วยก็ยิ่งอ่อนระโหยโรยแรง จนถึงจุดหนึ่ง เพนกวินตัวดังกล่าวก็คือคืนสภาพกลายเป็นกระป๋องน้ำอัดลม เนื่องจากขาดแหล่งพลังงานจนไม่อาจคงสภาพความมีชีวิตเอาไว้ได้

พี่สาวคือพระเจ้า?

ในเมื่อหนังแฟนตาซีขนาดกระป๋องน้ำกลายร่างเป็นเพนกวินได้แล้ว การที่จะมีตัวละครระดับพระเจ้าอยู่ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และผมเชื่อว่าพี่สาวคนนี้แหละคือพระเจ้าที่ลงมาเพื่อกระตุ้นให้มนุษย์ตระหนักถึงธรรมชาติอันเป็นรากฐานของทุกสิ่งบนโลก โดยเลือกเข้าหาอาโอยามะที่ยังเป็นเด็ก ผ้าขาวที่สามารถซึมซับสิ่งดีๆ ได้อย่างเต็มเปี่ยม บวกกับความหัวดี ทำให้เชื่อว่าจะเป็นกระบอกเสียงที่มีเหตุมีผลและถ่ายทอดเนื้อความได้อย่างซื่อตรงที่สุด

เพราะอะไร ผมถึงมองว่าเธอคือพระเจ้า ก็การที่เธอคือคนเดียวในเรื่องที่สร้างเพนกวินขึ้นมาได้ เปรียบได้เหมือนผู้สร้างสรรพสิ่งบนโลก รวมถึงไม่ได้แค่สร้าง แต่ยังควบคุมพฤติกรรมของเพนกวินได้อีก หากเป็นคนธรรมดา คงไม่สามารถทำได้แบบนี้ อีกทั้งเธอยังบอกเองว่าอยู่ที่โลกใบนี้มาตลอด

Penguin Highway ทางด่วนหวนคืนสู่ธรรมชาติ

เมื่อลองไตร่ตรอง พินิจพิจารณาดูดีๆ แล้ว อนิเมะเรื่องนี้พยายามตะล่อมก่อนจะตะโกนสุดเสียงใส่เราว่าธรรมชาติคือนาย ไม่มีใครอยู่เหนือธรรมชาติได้ทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นไปตามกฎ action = reaction ยิ่งเราทำร้ายธรรมชาติเท่าไหร่ ธรรมชาติก็จะเอาคืนอย่างแสบสันไม่ต่างกัน ไม่ว่าอะไรก็ล้วนต้องมีความสมดุลย์ในตัวของมันเอง อย่างการที่ถึงแม้เพนกวินจะออกมาล้นโลกแค่ไหน แต่ขณะเดียวกันพี่สาวก็จะสร้างสัตว์ประหลาด หน้าตาคล้ายตัวนากขนาดยักษ์ชื่อว่าจับเบอร์วอคออกมาเพื่อคอยกินเพนกวินไม่ให้ปริมาณมีจำนวนมากไปจนเกินคุม หรือแม้กระทั่งสุดท้าย ต่อให้ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน เมื่อถึงบั้นปลายก็ต้องกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง อย่างฉากหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงสัจธรรมข้อนี้อย่างชัดเจนก็คือฉากที่อาโอยามะและพี่สาวทะลุเข้าไปในลูกกลม เห็นวัฏเวียนวนของสิ่งมีชีวิต จากผู้ถูกล้าเป็นผู้ล่า จากผู้ล่า กลายเป็นเหยื่อของผู้ล่าที่มีอำนาจเหนือกว่า ร้อยเรียงเป็นห่วงโซ่กันไปเรื่อยๆ แต่สุดท้าย ทุกชีวิตก็ต้องหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติเมื่อพลังงานชีวิตดับสูญลงไป อีกทั้งอาโอยามะก็ยิ่งตอกย้ำความจริงนี้ได้เป็นอย่างดีจากฉากปลอบน้องสาวที่ร้องไห้เข้ามาหาตัวเองเพราะกลัวแม่จะตาย โดยพี่ชายที่แสนดีคนนี้ได้ปลอบโยนอย่างเข้าใจว่า “ไม่ช้าก็เร็ว สุดท้ายเราก็ต้องตาย ไม่มีใครหนีความจริงนี้พ้น”

สรุปแล้ว Penguin Highway คืออนิเมะที่มีแก่นแท้ที่ต้องการจะบอกให้เรา มนุษย์ทุกคนหันกลับไปมองและใส่ใจธรรมชาติให้มากขึ้นกว่าที่เป็น ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินแก้ โดยบอกเล่าผ่านเรื่องราวที่บอกเล่าอย่างละมุนละไมและสดใสไปกับเพนกวินและเหล่าเด็กๆ นั่นเองแหละครับ