[ดูแล้วเล่า] HIGH-RISE INVASION1 min read

1709
HIGH-RISE INVASION

เกิดขึ้นกับตัวเองจนได้ อาการกดรีโมทหนึ่งชั่วโมง ดูสิบนาที เมื่อตัดสินใจใช้ Netflix อย่างจริงจัง จนมีเรื่องแนะนำให้ดูตั้งหลายเรื่อง หลาย ๆ เรื่องในลิสต์ก็เคลียร์ไปได้เยอะแล้ว เลยว่าจะหาอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง ก็เลยเลื่อน ๆ เลือกไปเรื่อย กดดูอยู่อยู่หลายเรื่องนะ ทั้งไทย เกาหลี จีน ฝรั่ง ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรอด จอดแค่ตอนแรก เลือกวนไปเวียนมา สุดท้ายก็กลับมายังกลิ่นที่คุ้นเคย อนิเมะญี่ปุ่น เห็นในลิสต์ coming soon มาสักพักแล้วแหละ แถมเป็น Original Anime Series ด้วย น่าสนใจ เอ้า ลองดูหน่อย ซึ่งเรื่องที่ว่าก็คือ HIGH-RISE INVASION หรือชื่อไทย หน้ากากเดนนรก

เรื่องย่อพอสังเขป

วันหนึ่งขณะที่ฮอนโจ ยูริ กำลังนั่งเหม่ออยู่ในห้องเรียน เธอก็ถูกดึงเข้ามาสู่โลกประหลาด ณ สถานที่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ที่ไม่ว่าใครก็ลงไปสู่พื้นไม่ได้ ในความสิ้นหวัง ยังมีอีกความสิ้นหวังรออยู่ เมื่อยูริต้องเอาชีวิตรอดจากบรรดามนุษย์หน้ากาก รวมถึงหาคำตอบและทางออกไปจากโลกโหดร้ายใบนี้ โดยไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ จะสวมหน้ากากหรือจริงใจเข้าหากัน

ไวไป เกือบไม่รอด

เราเปิดดูเรื่องนี้ โดยไม่รู้แบ็คกราวด์ใดๆ ไม่รู้กระทั่งว่ามีฉบับมังงะด้วย แถมมี LC ในไทยด้วยนะ (เพิ่งมารู้ก็ตอนเขียนบล็อกนี่แหละ) เพราะงั้นการดูคราวนี้ ทุกอย่างก็เลย pure มาก ทุกอย่างที่รู้สึกมาจากสิ่งที่อนิเมะป้อนให้ล้วน ๆ ไม่มีการเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นใด ๆ เลย ซึ่งที่เลือกดูเนี่ย เพราะเห็นว่าเป็นแนว survival ที่ก็ดูเอามันได้แน่ ๆ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เท่านั้นแหละ HIGH-RISE INVASION ก็เล่นผมซะแล้ว

ไม่รู้ว่ากลัวเล่าเรื่องได้ไม่ครบทุกประเด็นหรือไง เปิดมาตอนแรกก็ 4×100 ร้อยแล้ว เดินเรื่องแบบไม่แคร์เลยว่าคนดูจะตามทันมั้ย ทุกอย่างเร็วไปหมด ไม่ต้องไปไหนไกล เอาแค่ตัวนางเอกเนี่ยแหละ เปิดเรื่องมายังไม่ทันจะครึ่งตอนเลย เธอปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้แล้วอะ เราเห็นอาการตระหนกตกใจของเธอแค่แป๊บเดียว แป๊บเดียวจริง ๆ ซึ่งมันดูตลก คือเพิ่งเข้ามาอะ แถมอยู่ดี ๆ ก็เจออะไรไม่รู้ถาโถมเข้าใส่เต็มไปหมด คือนางเอกเนี่ย เปรียบเสมือนตัวแทนคนดูเลยนะ เข้ามาในโลกประหลาดแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็ควรให้เวลาคนดูได้เซ็ตติ้ง ปรับตัวมากกว่านี้อีกสักหน่อย แต่อย่างที่บอก นางเอกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งตอนแรก ก็ดูจะเข้าใจโลกนี้ซะแล้ว เลยกลายเป็นบังคับคนดูอย่างเรากราย ๆ ว่าเข้าใจได้แล้วนะ ตามมาไม่ทัน ไม่รอนะเออ แถมก็เป็นอาการแบบนี้ไปพักใหญ่ ประมาณสี่ห้าตอนเลย ที่ทุกอย่างมาเร็ว เคลมเร็ว ไม่มีเวลาให้ลุ้นให้อินเท่าไหร่ ก็ต้องไหลไปเจอสถานการณ์ใหม่ ๆ ต่อ โชคดีหน่อยที่เรื่องค่อย ๆ ปล่อยดีเทล ทั้งพวกกติกาและกฎของโลกในเรื่องมาตอนละอย่างสองอย่าง ไม่อัดมาแค่ตอนแรกตอนเดียว ไม่งั้นเมาหมัดครับ แค่นี้ก็มึนจนเกือบจะถอดใจปล่อยจอยตั้งแต่ตอนแรกแล้ว แต่ก็ยังดูรอดแบบรวดเดียวจบเพราะหลัง ๆ กระชับ แต่ไม่เร็วนรกแตกแบบช่วงแรก ๆ แล้ว ก็เลยพบว่าเอ้อ สนุกใช้ได้เลยนี่หว่า

คาแรคเตอร์แปลกดี

ที่ว่าแปลกนี่ไม่ได้หมายถึงดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกหรอกนะครับ เพราะทุกคนในเรื่องก็คือคนอย่างเรา ๆ นี่แหละ อาจจะมีหลุด ๆ มาหน่อย แต่ไม่ได้อยู่นอกเหนือไปจากความเข้าใจ แต่ที่ว่าแปลกน่ะหมายถึงนิสัย ไม่ต้องไปไหนไกลอีกแล้ว นางเอกของเราก่อนเลย นี่ไม่นับการปรับตัวได้ไวปานแสงนะ บางช่วงก็ดูล้น ๆ หลายครั้งก็ดูขาด ๆ ไม่รู้ว่าจะมาอารมณ์ไหน บทกำลังซีเรียส ๆ ก็ดึงไปเวย์ตลกเฉย แล้วก็กลับมาซีเรียสสุดขีดได้ทันทีในอีกหนึ่งวินาทีให้หลัง หรือบางทีไม่มีอะไรเลยนะ ตะโกนโวยวายขึ้นมาซะงั้น ก็เลยรู้สึกว่าเป็นตัวละครที่ดูแปลก ๆ ออกไปทางชวนหงุดหงิดนิด ๆ

แต่กลับกัน ตัวละครแวดล้อมที่เหลือกลับทำออกมาได้มีเสน่ห์และดีเกินคาด คือการ์ตูนแนวนี้เนี่ย หนีไม่พ้นหรอก นอกจากพระนางที่มีสกิลตัวเอกติดตัว จะเทพเหนือตัวละครอื่น ๆ และก็จะมีตัวรองที่เข้ม ๆ ขรึม ๆ หน่อย (แต่แอบมีมุมรั่วอยู่ในตัว) ตัวร้ายที่ (พยายาม) โชว์เหนือตลอดเวลา และตัวที่เปิดมาทีแรก เล่นพวกตัวเองซะหมอบ แต่พอโดนจัดการ แล้วมาเข้าพวก ก็จะกลายเป็นตัวเบ๊ตัวโจ๊กไป แต่ทุกตัวที่ว่าล้วนออกแบบได้ดี ถึงส่วนตัวจะไม่ได้ชอบนางเอกเท่าไหร่ แต่ชอบนางรองกับหน้ากากสไนเปอร์ (พระเอก?) มาก เสน่ห์ล้นเหลือดีเหลือเกิน โดยเฉพาะหน้ากากสไนเปอร์นี่หล่อออกมาจากใจ ทะลุหน้ากากกันไปเลย

เนื้อเรื่องธรรมดาที่ดี

ไม่ต้องหวังว่าจะได้เห็นความสดใหม่จากเรื่องนี้ เพราะอนิเมะแนวเอาตัวรอดเนี่ยทำออกมาแล้วเป็นสิบ ๆ เรื่อง การจะทำให้ใหม่ถอดด้ามเลยคงเป็นไปได้ยากจนถึงเป็นไปไม่ได้ แต่ HIGH-RISE INVASION คือความธรรมดาที่ดี จุดที่ต้องชมเปาะเลยก็คือความซื่อตรงในการเล่า ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบ ไม่รู้สึกว่าออกทะเล เยิ่นเย้อ ยืดเยื้อเลย ทุกอย่างไปแบบฉับ ๆ จบเป็นล็อก ๆ แล้วก็เข้าเส้นเรื่องใหม่ที่ไม่ทิ้งแก่นที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก และการใส่เหตุผลของหลาย ๆ อย่างก็ทำได้เข้าใจไม่อิหยังวะดี ง่าย ๆ ก็คือดูแล้วเชื่อนั่นแหละ แอคชั่นในเรื่องก็สนุกเลยแหละ ถ้าผ่านช่วงแรกที่ไวปานจรวดไปได้ ช่วงหลังก็จะได้ดูการต่อสู้ที่วัดกึ๋นระหว่างกลุ่มนางเอกกับตัวร้ายที่ลุ้นใช้ได้เลย ทุกตัวละครมีความสำคัญในตัวเอง มีจุดที่ใช้กลบจุดด้อย เสริมจุดเด่นของคนในกลุ่มได้ดี รู้สึกว่าวางคาแรคเตอร์ได้สมดุลย์ ซึ่งชอบมาก ๆ แถมโหดไม่เสียชื่อที่ถูกจัดเรทไว้ที่ 18+ เลือดสาดกระจุยกระจาย คอขาดแขนขาดให้เห็นกันจะ ๆ

และที่เซอร์ไพรส์จัด ๆ ไม่คิดว่าจะได้เห็นในอนิเมะแนวนี้ก็คือความเป็น love comedy ซึ่งไม่ได้ใส่มาแค่พอหอมปากหอมคอนะ แต่เป็นอีกสิ่งที่ใส่มาแบบจริงจังมาก ๆ จนจิ้นได้จิ้นดีเลยแหละ

คือในเรื่องเนี่ย จะแบ่งออกเป็นคู่ ๆ ได้แบบค่อนข้างชัดเจนมาก ๆ แถมแต่ละคู่ เคมีก็เข้ากันซะ นอกจากจะลุ้นว่าจะรอดมั้ย รอดไปได้ยังไง ยังต้องมาลุ้นอีกว่าแต่ละคู่ที่วางไว้เนี่ย จะลงเอยกันมั้ยอีก ร้ายไม่เบา

HIGH-RISE INVASION ชอบมาก อยากดูต่อ

แม้ช่วงแรกจะเดินเรื่องอย่างรวดเร็ว จนเกือบตามไม่ทันและเกือบไม่ดูต่อ แต่ขอบคุณความอดทนที่ทำให้ได้พบกับความสนุกของจริงในช่วงหลัง ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แต่ก็ยังคงความลุ้นระทึกไว้ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย นำเสนอได้รุนแรงสมกับเป็นอนิเมะแนว survival และก็ชอบมากกับการที่ให้หลาย ๆ ตัวละครสวมหน้ากาก เพราะในอนิเมะแนวนี้เนี่ย ถึงแม้จะไม่พูด แต่แค่สีหน้าก็พอบอกใบ้ได้คร่าว ๆ แล้วว่าตัวละคนนั้น ๆ เป็นยังไง แต่พอมีหน้ากากมากลบสีหน้าเอาไว้ ยิ่งทำให้ลุ้นว่าตัวละครที่เข้ามาระหว่างทางจะเป็นยังไง ไม่รู้ว่าเธอจะเอายังไงกับฉัน จะดีหรือว่าจะร้าย ดูไม่ออก มันบอกไม่ถูก ซึ่งโคตรเจ๋ง แถมออกแบบตัวละครได้ดี หลายตัวมีเสน่ห์ ดูแล้วจำได้ และสร้างอิมแพคต์ได้ดีเวลาตัวละครที่ว่าเข้าตาจน รวมถึงความสัมพันธ์ของแต่ละคนแต่ละคู่ก็ทำออกมาได้น่ารัก จนต้องลุ้นตลอด ขอให้อยู่รอดได้คู่กันจริง ๆ ในท้ายที่สุด ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าจะได้ดูซีซั่นสองต่อเมื่อไหร่ เพราะจบได้ cliff hanging มาก มีอีกหลายประเด็นเหลือเกินที่ยังไม่เคลียร์ ก็หวังว่าจะมาต่อไว ๆ นะ

เปิดวาร์ปไปดูบน Netflix